เมื่อเข้าสู่ช่วงหน้าหนาว นอกจากอากาศที่เย็นลงแล้ว สิ่งที่มักมาพร้อมกันเสมอคือ ฝุ่น PM2.5 หลายคนอาจเลือกหลีกเลี่ยงฝุ่นจากภายนอกด้วยการกลับมาพักผ่อนอยู่ในบ้าน โดยเฉพาะพื้นที่ปิดอย่างห้องนั่งเล่นหรือห้องนอน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ฝุ่น PM2.5 สามารถติดมากับเสื้อผ้า รองเท้า หรือลอยผ่านประตูหน้าต่างที่ปิดอยู่ และค่อย ๆ สะสมอยู่ภายในบ้านได้ทุกวันโดยที่เราไม่รู้ตัว
PM 2.5 คืออะไร มีผลกระทบต่อสุขภาพอย่างไรบ้าง
ฝุ่น PM2.5 คือ ฝุ่นละอองขนาดเล็กที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า โดยมีขนาดเล็กกว่าเส้นผมของมนุษย์ถึง 25 เท่า หรือราว 2.5 ไมโครเมตร ด้วยขนาดที่เล็กขนาดนี้ ทำให้สามารถลอยอยู่ในอากาศได้นาน และเมื่อเราหายใจเข้าไป ฝุ่นละอองเหล่านี้จะเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ ก่อนจะสะสมในปอด และบางส่วนอาจผ่านเข้าสู่กระแสเลือดได้ ในช่วงแรกร่างกายอาจแสดงอาการระคายเคือง เช่น คัดจมูก จาม หรือมีน้ำมูกไหล โดยเฉพาะในเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีระบบทางเดินหายใจอ่อนแอ และหากต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีฝุ่นสะสมอย่างต่อเนื่อง ก็อาจส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว เช่น โรคหอบหืด ภูมิแพ้ หรือปัญหาหัวใจและหลอดเลือดได้
ด้วยเหตุนี้การเลือกใช้ เครื่องฟอกอากาศ PM2.5 ที่ดีที่สุดในปี 2026 จึงเป็นสิ่งที่หลายครอบครัวให้ความสำคัญมากขึ้น หากเราเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศที่มีประสิทธิภาพ สามารถกรองฝุ่น PM2.5 และมลพิษที่มองไม่เห็นได้ จะช่วยให้อากาศภายในบ้านสะอาดขึ้น ทุกคนในครอบครัวใช้เวลาพักผ่อนได้อย่างสบายใจมากขึ้นกว่าเดิม
เครื่องฟอกอากาศ PM 2.5 ยี่ห้อไหนดี ปี 2026
Sharp รุ่น FP-J30TA สำหรับห้องไม่เกิน 23 ตร.ม.
ราคา 2,505 บาท (อาจเปลี่ยนแปลง) เช็กราคาเริ่มต้นกันที่ เครื่องฟอกอากาศ Sharp รุ่น FP-J30TA รุ่นนี้ออกแบบมาสำหรับห้องขนาดเล็กไม่เกิน 23 ตารางเมตร เหมาะกับห้องนอนหรือห้องทำงานขนาดกะทัดรัด จุดเด่นคือ "เทคโนโลยี Plasmacluster" ที่ปล่อยอนุภาคไฟฟ้าบวกและลบกระจายไปในอากาศ ช่วยลดเชื้อโรคและเชื้อแบคทีเรียที่ลอยอยู่ รวมถึงเชื้อไวรัสบางชนิดที่เป็นสาเหตุของโรคทางเดินหายใจ
รุ่นนี้มาพร้อมแผ่นกรอง HEPA ที่สามารถดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็กอย่าง PM2.5 ได้สูงถึง 99.97% พร้อมช่วยลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ เช่น กลิ่นอับชื้น กลิ่นบุหรี่ หรือกลิ่นจากสัตว์เลี้ยง รวมถึงสารก่อภูมิแพ้จากไรฝุ่น เหมาะสำหรับคนที่มีอาการแพ้ง่าย นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันตั้งเวลาปิดเครื่อง 4 หรือ 8 ชั่วโมง ช่วยให้ใช้งานขณะนอนหลับได้สะดวก ไม่ต้องกังวลเรื่องการเปิดทิ้งไว้ตลอดทั้งคืน
TOSHIBA CAF-H20 สำหรับห้องไม่เกิน 24 ตร.ม.
ราคา 3,432 บาท (อาจเปลี่ยนแปลง) เช็กราคา
อีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจคือ TOSHIBA CAF-H20 เครื่องฟอกอากาศที่รองรับพื้นที่ใช้งานขนาด 24 ตารางเมตร มาพร้อมระบบกรองอากาศ 3 ชั้น คือ Pre-Filter สำหรับดักจับฝุ่นขนาดใหญ่ แผ่นกรอง HEPA12 ที่ช่วยกรองฝุ่น PM2.5 และอนุภาคขนาดเล็ก ไปจนถึง Activated Carbon Filter ที่ช่วยลดกลิ่นไม่พึงประสงค์อย่างควันบุหรี่หรือกลิ่นอาหารรุ่นนี้มี ระบบ IONIZER ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการฝุ่นและอนุภาคขนาดเล็กในอากาศ สามารถปรับแรงลมได้ 4 ระดับ และตั้งเวลาการทำงานได้ 1, 2, 4 และ 8 ชั่วโมง รวมถึงมีโหมด Sleep สำหรับช่วงที่ต้องการลดเสียงรบกวน สามารถตั้งไว้ในห้องนอน ห้องทำงาน หรือห้องนั่งเล่น พร้อมระบบแจ้งเตือนเมื่อถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนแผ่นกรอง
ราคา 3,432 บาท (อาจเปลี่ยนแปลง) เช็กราคาอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจคือ TOSHIBA CAF-H20 เครื่องฟอกอากาศที่รองรับพื้นที่ใช้งานขนาด 24 ตารางเมตร มาพร้อมระบบกรองอากาศ 3 ชั้น คือ Pre-Filter สำหรับดักจับฝุ่นขนาดใหญ่ แผ่นกรอง HEPA12 ที่ช่วยกรองฝุ่น PM2.5 และอนุภาคขนาดเล็ก ไปจนถึง Activated Carbon Filter ที่ช่วยลดกลิ่นไม่พึงประสงค์อย่างควันบุหรี่หรือกลิ่นอาหาร
รุ่นนี้มี ระบบ IONIZER ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการฝุ่นและอนุภาคขนาดเล็กในอากาศ สามารถปรับแรงลมได้ 4 ระดับ และตั้งเวลาการทำงานได้ 1, 2, 4 และ 8 ชั่วโมง รวมถึงมีโหมด Sleep สำหรับช่วงที่ต้องการลดเสียงรบกวน สามารถตั้งไว้ในห้องนอน ห้องทำงาน หรือห้องนั่งเล่น พร้อมระบบแจ้งเตือนเมื่อถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนแผ่นกรอง
Electrolux UltimateHome 300 สำหรับห้องไม่เกิน 26 ตร.ม.
ราคา 2,242 บาท (อาจเปลี่ยนแปลง) เช็กราคาสำหรับใครที่กำลังมองหาเครื่องฟอกอากาศดีไซน์ทันสมัย Electrolux UltimateHome 300 เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจไม่น้อยเลยครับ เพราะออกแบบมาในสไตล์สแกนดิเนเวียน เข้ากับการตกแต่งบ้านได้หลายรูปแบบ เหมาะสำหรับห้องขนาด 23 - 26 ตารางเมตรรุ่นนี้มีระบบเซนเซอร์ตรวจจับคุณภาพอากาศที่แสดงผลค่า AQI ผ่านไฟ LED ทำให้มองเห็นสภาพอากาศในห้องได้ทันที ช่วยลดสารก่อภูมิแพ้และมลพิษในอากาศด้วยระบบกรองอากาศ 4 ขั้นตอน ตั้งแต่ Pre-Filter, Anti-bacterial HEPA, HEPA13 ไปจนถึง Activated Carbon ที่สามารถดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็กอย่าง PM1, PM2.5 และ PM10 รวมถึงแบคทีเรียและไวรัส โดยมีค่า CADR 203 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ช่วยหมุนเวียนอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ รองรับการใช้งานผ่านระบบสัมผัส ปรับแรงลมได้ 3 ระดับ และมี Smart Mode ให้เครื่องปรับการทำงานอัตโนมัติ รวมถึง Sleep Mode สำหรับช่วงเวลาที่ต้องการลดเสียงรบกวนในเวลากลางคืน ดูดอากาศได้รอบทิศทาง 360 องศา พร้อมไฟแจ้งเตือนเมื่อถึงเวลาต้องเปลี่ยนแผ่นกรอง
Hatari Air Purifier AP12R1 สำหรับห้องไม่เกิน 32 ตร.ม.
ราคา 2,242 บาท (อาจเปลี่ยนแปลง) เช็กราคา
ถัดมาขอขยับจากเครื่องฟอกอากาศในห้องขนาดเล็ก มาเป็นรุ่นที่รองรับห้องที่มีขนาดใหญ่ขึ้นกันบ้างดีกว่า สำหรับ Hatari Air Purifier รุ่น AP12R1 รุ่นนี้สามารถใช้งานได้ทั้งในบ้านและคอนโด ครอบคลุมพื้นที่ 20 - 32 ตารางเมตร ไม่ว่าจะวางในห้องนั่งเล่น ห้องนอน หรือโซนที่อยู่รวมกันหลาย ๆ คนก็ทำได้สบาย ๆ เพราะรุ่นนี้มีระบบเซนเซอร์ตรวจจับฝุ่น PM2.5 พร้อมแสดงค่า AQI ที่บ่งบอกคุณภาพอากาศภายในห้องได้แบบเรียลไทม์ สามารถกรองอากาศได้ 4 ระดับ ไม่ว่าจะเป็น แผ่นกรอง HEPA Filter กรองฝุ่นและเชื้อโรคขนาดเล็กความละเอียด 0.3 ไมครอน รวมถึงสารก่อภูมิแพ้ ควบคู่กับ Carbon Filter ที่ช่วยลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ภายในห้อง เช่น กลิ่นอาหาร กลิ่นสัตว์เลี้ยง หรือควันบุหรี่อีกทั้งยังมีโหมด Auto ปรับแรงลมตามปริมาณฝุ่นภายในห้องอัตโนมัติ โหมด Sleep ช่วยประหยัดพลังงานและลดระดับเสียงขณะทำงานได้ต่ำสุด 30 เดซิเบล และฟังก์ชันตั้งเวลาสูงสุด 8 ชั่วโมง มีระบบแจ้งเตือนเปลี่ยนแผ่นกรอง และระบบตัดไฟอัตโนมัติเพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน
Levoit Core 200S สำหรับห้องไม่เกิน 35 ตร.ม.
ราคา 2,863 บาท (อาจเปลี่ยนแปลง) เช็กราคาถ้าพูดถึงเครื่องฟอกอากาศที่ออกแบบมาให้ทำงานร่วมกับไลฟ์สไตล์สมาร์ทโฮมได้อย่างลงตัว Levoit Core 200S เรียกได้ว่าตอบโจทย์ได้ดีทีเดียว เพราะรุ่นนี้ไม่ได้โดดเด่นในเรื่องการฟอกอากาศเท่านั้น แต่ยังสามารถรองรับการสั่งงานผ่านแอปพลิเคชัน VeSync และ Voice Control หรือการสั่งงานด้วยเสียงผ่าน Amazon Alexa และ Google Assistant ให้เราสามารถปรับตั้งค่าต่าง ๆ จากที่ไหนก็ได้โดยไม่ต้องพึ่งรีโมต ตั้งแต่การปรับแรงลม ตั้งค่าตารางการทำงานอัตโนมัติ ติดตามอายุการใช้งานของแผ่นกรอง แจ้งเตือนเมื่อถึงเวลาเปลี่ยนไส้กรอง และโหมดกลางคืน (Sleep Mode) ที่ทำงานเงียบลง โดยมีระดับเสียงต่ำสุด 24 เดซิเบล เพื่อไม่ให้รบกวนการนอนหลับนอกจากนี้ ยังมีเซนเซอร์ตรวจวัดคุณภาพอากาศที่แสดงผลค่า AQI (Air Quality Index) รุ่นนี้ได้รับการรับรองจาก ETL, FCC Certified และ CARB ถือเป็นอุปกรณ์อัจฉริยะที่ผสานอยู่ใน Ecosystem ของระบบสมาร์ทโฮมได้อย่างลงตัว
SAMSUNG AX32BG3100GB สำหรับห้องไม่เกิน 41 ตร.ม.
ราคา 4,930 บาท (อาจเปลี่ยนแปลง) เช็กราคา
ราคา 4,930 บาท (อาจเปลี่ยนแปลง) เช็กราคาถัดมาเป็น เครื่องฟอกอากาศ SAMSUNG รุ่น AX32BG3100GB ที่พัฒนาภายใต้แนวคิด Sustainable Living และ Connectivity นิยามใหม่ของการใช้ชีวิตในบ้านด้วยเทคโนโลยี AI รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi และควบคุมผ่าน แอป SAMSUNG SmartThings มาพร้อมระบบกรองอากาศ 3 ชั้น เริ่มจาก Pre-filter ดักจับฝุ่นขนาดใหญ่ที่สามารถถอดล้างได้ และแผ่นกรอง Activated Carbon ดูดซับกลิ่นและก๊าซไม่พึงประสงค์ ก่อนปิดท้ายด้วยแผ่นกรอง HEPA ซึ่งสามารถกรองฝุ่นได้อย่างละเอียดตั้งแต่ PM10, PM2.5, PM1.0 ไปจนถึง PM0.3 ได้สูงสุดถึง 99.9% พร้อมไฟแสดงสถานะคุณภาพอากาศ Air Sensing Light 4 ระดับ ไล่สีตั้งแต่ฟ้า น้ำเงิน เหลือง ไปจนถึงแดง ช่วยให้มองแค่แวบเดียวก็รู้ทันทีว่าอากาศในห้องอยู่ในระดับไหน
Xiaomi Smart Air Purifier 4 Lite สำหรับห้องไม่เกิน 43 ตร.ม.
ราคา 2,992 บาท (อาจเปลี่ยนแปลง) เช็กราคา
เครื่องฟอกอากาศอัจฉริยะ Xiaomi มีให้เลือกหลายรุ่น ตั้งแต่รุ่น Compact, Lite, Pro ไปจนถึง Elite โดยรุ่นที่อยากจะหยิบมาพูดถึงในวันนี้คือ Xiaomi Smart Air Purifier 4 Lite เพราะเป็นเครื่องฟอกอากาศราคาประหยัดที่ให้ขอบเขตการทำงานครอบคลุมพื้นที่ได้ถึง 43 ตารางเมตร ซึ่งเรียกได้ว่าสวนทางกับราคาขายที่ไม่ถึง 3,000 บาทมีจุดเด่นตรงที่มาพร้อม PM CADR (Clean Air Delivery Rate) ซึ่งเป็นตัวเลขที่บอกว่าเครื่องสามารถผลิตอากาศสะอาดออกมาได้เร็วแค่ไหน ยิ่งค่า CADR สูง ก็ยิ่งหมุนเวียนอากาศสะอาดได้ไว เหมาะสำหรับห้องที่ต้องการลดฝุ่นในระยะเวลาสั้น ๆ ซึ่งรุ่นนี้ยังมีเซ็นเซอร์ตรวจจับฝุ่น PM2.5 และไส้กรอง 3 in 1 สามารถกรองมลพิษทางอากาศได้แบบชั้นต่อชั้น ตั้งแต่ขนสัตว์ สะเก็ดผิวหนัง เส้นใยฝ้าย ควัน ไมโครพลาสติก และแบคทีเรียอย่าง Escherichia coli, Staphylococcus albus, Streptococcus pneumoniae และไวรัส H1N1 ในอากาศได้นอกจากนี้รองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์เข้ากับระบบสมาร์ทโฮมบนแอป Mi Home และรองรับการสั่งงานด้วยเสียงผ่าน Amazon Alexa และ Google Assistant
Bwell AP-M1536S สำหรับห้องไม่เกิน 45 ตร.ม.
ราคา 2,182 บาท (อาจเปลี่ยนแปลง) เช็กราคาสำหรับบ้านที่มีเด็กเล็ก Bwell รุ่น AP-M1536S เป็นเครื่องฟอกอากาศที่ออกแบบมาโดยคำนึงถึงความปลอดภัยในการใช้งานเป็นหลัก โดยมีระบบ Child Lock ป้องกันไม่ให้เด็กกดเล่น สามารถตั้งวางในห้องนั่งเล่น และพื้นที่ส่วนกลางภายในบ้าน มีระบบฟอกอากาศ 3 ขั้นตอน เริ่มจากแผ่นกรองชั้นแรกสำหรับดักจับฝุ่นขนาดใหญ่ เช่น เส้นผม ขนสัตว์ และฝุ่นขนาดเล็กเพียง 0.1 ไมครอน รวมถึงฝุ่น PM2.5 ไรฝุ่น และสารก่อภูมิแพ้ต่าง ๆ เช่น ละอองเกสรดอกไม้ที่ติดมาตามเสื้อผ้า สัตว์เลี้ยง หรือลมที่พัดเข้ามา โดยมี Pollution Sensor แสดงค่าฝุ่นเป็นไฟ LED รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi เพื่อความสะดวกในการสั่งงานผ่าน แอป Smart Life พร้อมโหมดการทำงานแบบ Auto Mode ที่ตรวจวัดระดับมลพิษจากระบบเซ็นเซอร์ ปรับแรงลมอัตโนมัติ เช่น เพิ่มแรงลมเมื่อค่าฝุ่นเพิ่มสูงขึ้น และลดระดับลงเมื่ออากาศสะอาดนอกจากนี้ยังมี Sleep Mode ที่ลดทั้งเสียงและแสงจากตัวเครื่อง เหมาะสำหรับการใช้งานในช่วงเวลากลางคืนโดยไม่รบกวนการพักผ่อน
เครื่องฟอกอากาศ Coway Storm II สำหรับห้องไม่เกิน 50 ตร.ม.
15,410 บาท (อาจเปลี่ยนแปลง) เช็กราคาCoway Storm II เครื่องฟอกอากาศระดับพรีเมียมที่ถูกเลือกใช้งานในสถานพยาบาลชั้นนำหลายแห่ง เช่น โรงพยาบาลกรุงเทพ โรงพยาบาลสมิตติเวช และโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถด้านการดูแลคุณภาพอากาศในระดับที่เน้นเรื่องสุขภาพเป็นหลัก รุ่นนี้ใช้ระบบกรองอากาศ 4 ขั้นตอน ครอบคลุมตั้งแต่การดักจับฝุ่นขนาดใหญ่ เช่น ขนสัตว์และเกสรดอกไม้ ไปจนถึงการดูดซับกลิ่นไม่พึงประสงค์และสารเคมีในอากาศ ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการกรองฝุ่นขนาดเล็กจิ๋วอย่าง PM2.5 รวมถึงช่วยลดการปนเปื้อนของแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อราในอากาศได้สูงถึง 99.99% ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่สะอาด ปลอดภัย และเหมาะกับผู้ที่ใส่ใจเรื่องระบบทางเดินหายใจเป็นพิเศษนอกจากนี้ Coway Storm II ยังรองรับโหมดการทำงานที่ออกแบบมาให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมภายในห้อง เช่น Smart Mode ที่ปรับการทำงานตามคุณภาพอากาศอัตโนมัติ Turbo Mode เร่งการฟอกอากาศแบบเร่งด่วน Haze Mode ฟอกอากาศในช่วงที่ฝุ่นหนาแน่น และ Sleep Mode ที่ลดเสียงและแสงรบกวนในเวลากลางคืน
Philips Air Purifier AC1715 21 สำหรับห้องไม่เกิน 78 ตร.ม.
ราคา 6,990 บาท (อาจเปลี่ยนแปลง) เช็กราคา



ไม่มีความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น